เมื่อเร็ว ๆ นี้ นายเบรต เทย์เล่อร์ อดีตซีอีโอเฟซบุ๊ค ผู้สร้างปุ่ม "Like" ได้กล่าวเฉลยปริศนาเรื่องนี้ว่า ในขณะที่ปุ่มคลิก Like หรือคลิก "ชอบ" เป็นเสมือนการให้อำนาจผู้ใช้เฟซบุ๊ค ได้แสดงออกถึงการเกี่ยวพันด้านต่าง ๆ กับเพื่อนๆ ของเขา ในอีกด้านหนึ่ง เฟซบุ๊ค เห็นว่า มันเป็นเรื่อง "ไม่เหมาะสม" ที่จะให้เฟซบุ๊ค มีปุ่ม "dislike" หรือปุ่ม "ไม่ชอบ" หลังจากที่ทีมงานเฟซบุ๊คได้เคยโต้เถียงกันมาแล้ว โดยทุกฝ่ายต่างล้วนสรุปเห็นพ้องว่า การมีปุ่มไม่ชอบ จะนำมาซึ่ง "ผลด้านลบที่รุนแรงมาก"
นายเบรต บอกว่า เหตุผลที่ทีมงานเฟซบุ๊ค ผลิตปุ่ม "Like" ออกมา ก็เพราะโดยส่วนใหญ่แล้ว ผู้คนย่อมต้องการจะแสดงการยอมรับใน "บางสิ่ง" หรือ "บางคน" ที่พวกเขา ชอบ เป็นหลักอยู่แล้ว แต่สำหรับปุ่ม "ไม่ชอบ" ไม่สมควรยิ่งที่นำมาใช้ เหตุผลง่าย ๆ ก็คือ หากนำมาใช้ มันจะก่อให้เกิดผลในเชิงลบอย่างมากมาย โดยเฉพาะการทำให้เฟซบุ๊คกลายเป็น "สนามรบแห่งการทะเลาะวิวาท" มากกว่า "สนามแลกเปลี่ยนความคิดเห็น" และในทางปฎิบัติ หากนำปุ่มดังกล่าวมาใช้ มันจะ "ทำลายแนวโน้ม"การโพสต์ข้อความในเชิงสร้างสรรค์ ที่ผู้คนต้องการจะให้ผู้อื่นยอมรับเขาในด้านบวก ในเชิงจิตวิทยา
นอกจากนี้ อีกด้านหนึ่ง การใช้ปุ่ม "dislike" ย่อมจะทำให้ผู้คน มีความรู้สึกไม่ดีหรือเป็นศัตรูต่อกัน หากข้อความของเขาถูกคลิก "ไม่ชอบ" จากเพื่อน หรือบุคคลอื่น ๆ ดังนั้น การคงไว้ซึ่งปุ่ม "Like" อย่างเดียว ในเชิงจิตวิทยา รวมทั้งในทางปฎิบัติ จะเป็นการ "บังคับให้ผู้คน" แสดงความเห็น หรือความรู้สึกของพวกเขา ออกมาในเชิงบวกมากกว่าเชิงลบ
นายเบรต กล่าวว่า ถ้าเฟซบุ๊คเกิดมีปุ่ม "ไม่ชอบ" นั่นจะทำให้ผู้ใช้เฟซบุ๊คเพิ่มทัศนคติในแง่ลบต่อกัน เพราะผู้คนย่อมรู้สึกไม่ดี เมื่อทัศนะของเขาถูก "ปฎิเสธ" หรือถูก "รังเกียจ" จากการถูกคลิก "ไม่ชอบ" และสุดท้าย บทสนทนาในโพสต์ต่าง ๆ ในเฟซบุ๊ค จะจบลงด้วยการเป็นศัตรูมากกว่าความเป็นมิตร ซึ่งนี่เป็นสิ่งสำคัญที่เราตระหนักว่า อำนาจของปุ่ม "ไม่ชอบ" นั้น มีพลานุภาพด้านลบที่ส่งผลได้อย่างร้ายแรงและรุนแรงมาก ๆ หากเรานำเอามาใช้จริง ๆ
และแม้ว่า ปุ่มคลิก "ชอบ" จะไม่ใช่ปุ่มที่ "สมบูรณ์แบบ" เพราะบางครั้งมันไม่ได้แสดงออกถึงอารมณ์แท้จริงของบุคคล แต่การมีปุ่มดังกล่าว ก็มีไว้โดยคำนึงถึง "หลักแห่งมารยาทในเชิงสังคม" บนถนนสื่อสารนาม "เฟซบุ๊ค" เพราะที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่า เฟซบุ๊ค ได้กลายเป็นสื่อหรือช่องทางสื่อสารที่ทรงอิทธิพลอยู่ได้ เพราะการวางกลยุทธ์ที่แยบคาย หรือกุศโลบายแห่ง"การกำกับ"การสื่อสารของผู้คน ภายในเครือข่ายชุมชนออนไลน์
โดยเฟซบุ๊คเลือกที่จะ "ลด" และ "สกัด" สารที่จะสร้างบรรยากาศเลวร้ายภายในสังคมเฟซบุ๊ค และต่อตัวผู้ใช้นั่นเอง หรืออาจกล่าวได้ว่า ในแง่หนึ่ง เฟซบุ๊คได้ดำเนินบทบาทในฐานะผู้กำกับบทว่า บทสนทนาใดสมควรมี และบทสนทนาใด ไม่สมควรจะใส่ลงไป
ดังนั้น อาจกล่าวได้ว่า เฟซบุ๊ค มีหลักการง่าย ๆ ว่า "ถ้าคุณไม่อยากพูดอะไรดี ๆ ก็ไม่ต้องพูดเลยซะดีกว่า "เพราะแน่นอนว่า การพูดเรื่องไม่ดี ย่อมไม่สร้างสรรค์ และนั่นจะทำให้เฟซบุ๊ค กลายเป็น "สังเวียนปะทะคารม" ระหว่างผู้ใช้ มากกว่า สถานที่พูดคุยอย่างผ่อนคลาย สบาย สร้างสรรค์ และก่อให้เกิด "ผลดี" มากกว่า "ผลเสีย"
ต่อถ้อยคำตอบครั้งนี้ของนายเบรต เราคงจะเข้าใจดีแล้วถึงปริศนาการไม่มีปุ่ม "ไม่ชอบ" หรือ dislike ของเฟซบุ๊ค เรียกว่าเคลียล์ทุกประเด็นค่ะ
ข้อมูลจาก มติชน
Categories:
MenStyle



0 ความคิดเห็น: